ท้องเสียลำไส้อักเสบจากการว่ายน้ำในแหล่งธรรมชาติและไตรกีฬา

Post Date : 26 Jun 2015

10403213_10153415734179049_3511050217559546583_n
ประสบการณ์จาก นาวินต้าร์
หรือมีอาการท้องเสียลำไส้อักเสบจากการว่ายน้ำ จากไตรกีฬา และแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า โรค gastroenteritis

แปลกใจที่หลายคนถามหรือสรุปกันไปเองว่าผมจะไปร่วมแข่งขันในงานกรุงเทพไตร กีฬาที่จะจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนหน้านี้ เลยขอบอกให้ทุกคนทราบโดยพร้อมกันครับว่าผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงาน และผมจะไม่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ครับ

ขอเล่าย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อนที่ผมเริ่มเล่นไตรกีฬาใหม่ๆ ผมได้แข่งขันในงานที่ครั้งนั้นใช้ชื่อว่าสหวิริยากรุงเทพไตรกีฬา ซึ่งจัดในช่วงเวลาและสถานที่เดียวกันคือมีการว่ายแม่น้ำเจ้าพระยาแถวสะพาน พระรามแปดในเดือนกรกฏาคมของปี ผมร่วมแข่งขันตามปกติ เข้าเส้นชัยมาได้ก็ไม่เป็นอะไร แต่หลังจาก นั้น 3 วันก็ป่วยด้วยอาการท้องเสียอย่างรุนแรงและมีไข้ขึ้นสูง คือป่วยจากจากกลืนกินเชื้อแบคทีเรียเป็นอันตรายต่อทางเดินอาหาร โดยหมอบอกว่าเป็นโรคที่เรียกว่า gastroenteritis ที่เอามาเล่าไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทำให้เกิดความวิตกหวาดกลัวต่อผู้ที่จะ ร่วมแข่งขัน หรือจะจงใจจะดิสเครติทงานแต่อย่างไรนะครับ แต่มันคือความจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งในขณะนั้นก็มีข่าวลงในหน้าหนังสือพิมพ์ ให้ลองไปอ่านย้อนดูเพื่อยืนยันครับ สิ่งที่ตั้งใจคือผมเพียงแค่อยากให้ทุกคนช่วยกันคิดถึงความปลอดภัยของตนเอง โดยให้มันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด กีฬานี้ไม่ใช่แค่เพื่อความสะใจ หรือเพื่อพิสูจน์อะไรให้ใครเห็น แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงด้วย

สิ่งที่ผมพอจะเข้าใจได้คือ ไม่ใช่ทุกคนที่จะป่วยหลังจากลงว่ายในเจ้าพระยา ถ้าเราสมมุติว่าปริมาณเชื้อโรคในน้ำยังเท่าเดิม คือในช่วงเดือนกรกฎาคมของปี ปัจจัยแรกคือปริมาณของน้ำที่เผลอดื่มในขณะที่กำลังว่าย หรือเชื้อโรคอาจเข้าสู่ร่างกายได้ทางอื่นเช่นทางตา ซึ่งในปีนั้นก็มีฝรั่งอยู่คนหนึ่งติดเชื้อที่ตาเหมือนกัน แต่ผมไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัด ปัจจัยที่สองคือระยะเวลาที่ว่าย คือคนที่อยู่ในน้ำนานกว่าน่าจะมีโอกาสติดเชื้อได้มากกว่า ซึ่งอันนี้น่าจะขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน และปัจจัยสุดท้ายคือร่างกายของคนเรามีปฏิกริยาต่อเชื้อแบคทีเรียต่างกัน สิ่งที่ทำให้ผมป่วยอาจจะไม่ทำให้คนอื่นป่วยก็ได้ ทั้งนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่ผมคงกล่าวเล่าได้ไม่ครบ

สุดท้ายอยากจะย้ำว่าในการแข่งขันครั้งนี้ผมจะไม่ได้เข้าร่วมแข่งขันด้วย แต่ถ้าจะให้ผมต้องแข่งผมจะเลี่ยงการว่ายน้ำด้วยการลงทวิกีฬาแทน แต่อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวทวิกีฬาไม่ใช่สิ่งที่ผมชื่นชอบเท่าไหร่ อยากจะบอกทุกคนว่าตอนนี้ร่างกายพร้อมดีและยังเดินหน้าแข่งขันตามรายการต่างๆ อยู่ การแข่งขันครั้งหน้าคือ ironman 70.3 ที่ Cebu สำหรับการแข่งขันในประเทศก็อาจจะพบปะกันได้ในงานหัวหินไตร และงานชาแลนจ์ภูเก็ตในช่วงปลายปีครับ ขอให้ทุกท่านสบายใจปลอดภัยและโชคดีในการแข่งครับ
ที่มา จากเพจ นาวิน ตาร์​
https://www.facebook.com/Navintarfans/photos/a.472366454048.252810.290376619048/10153415734179049/?type=1

——————————————————————————–

แชร์ความรู้จากเพจ หมอแมวนะครับ
https://www.facebook.com/HmxMaew

มีช่างภาพงานแต่งงานท่านหนึ่งสอบถามเข้ามาว่า การแข่งไตรกีฬาแล้วเกิดอาการท้องเสียลำไส้อักเสบ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ไหม และจะป้องกันยังไง
ไตรกีฬาเป็นกีฬาชนิดนึงที่ผู้เล่นต้องว่ายน้ำในระยะทางหนึ่ง ซึ่งมักจะไกล และเป็นแหล่งธรรมชาติ ความเสี่ยงในการติดเชื้อย่อมมีแน่นอน แต่มีอะไรและแบบไหนบ้าง

1376115438-Image7-o

โรคติดเชื้อที่พบได้บ่อยในการว่ายน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ คือ ภาวะท้องเสียครับ
ภาวะท้องเสียลำไส้อักเสบเฉียบพลัน acute gastrointestinal illness พบได้ ประมาณ 5-8 % หลังจากการว่ายน้ำ
เกิดจากการกินหรือมีการเข้าของเชื้อเข้าไปในปากขณะลงว่ายน้ำ
เชื้อที่พบมีหลากหลาย ทั้งแบคทีเรียก่อท้องเสียหลากสายพันธุ์ ไปจนถึงไวรัส (ซึ่งไวรัสเข้าตาได้ ตาแดงอักเสบได้)

โดยปัจจัยเสี่ยงมีหลายอย่าง

1. อายุน้อยๆหรือมากๆ (ภูมิคุ้มกันบางตัวต่ำ และมักว่ายในที่ตื้นที่มีเชื้อมาก)
2. มีโรคประจำตัวที่ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง
3. กินน้ำเข้าไประหว่างว่ายน้ำ (ตามสถิติ 1 ชั่วโมงคนเรามักจะกลืนน้ำระหว่างแข่ง 10-150ซีซี)
4. การว่ายน้ำในแถบน้ำตื้น (ฝุ่นตะกอนที่มีเชื้อฟุ้งขึ้นมา)
5. การว่ายในประเทศที่กฎการทิ้งของเสียลงแหล่งน้ำไม่รัดกุม
6. การว่ายน้ำในเดือนที่การไหลของน้ำผิดปกติ ช่วงที่น้ำมากๆ ก็พัดเอาตะกอนมามาก ช่วงที่น้ำน้อยมากๆ การขังสะสมสิ่งปฏิกูลก็มาก

วิธีป้องกัน
1. ลงแข่ง Biathlon … ไม่มีว่ายน้ำแน่ๆ เพราะเค้าเล่นสกีและยิงปืน
2. ลงแข่ง Duathlon … หรือทวิกีฬา ลงเฉพาะปั่นจักรยานและวิ่ง
3. อย่ากลืนน้ำขณะว่ายน้ำ
4. ผู้จัดควรเลือกแหล่งน้ำที่มีสภาพน้ำที่เหมาะสม ตรวจสอบคุณภาพน้ำเรื่องเชื้อโรคตามหลักการจัดงานในแหล่งน้ำ , ในกรณีที่กลัวว่าการเพาะเชื้อตรวจสอบจะช้าไม่ทันการณ์ ก็มีหลักทางสถิติที่ใช้เพื่อการประเมินว่าช่วงไหนมีความเสี่ยงหรือไม่
ทั้งนี้น้ำที่มีความเสี่ยงมีได้ทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย และแม้แต่แหล่งน้ำนิ่งในธรรมชาติที่ไม่มีคนทิ้งอะไรลงไป อย่าประมาท
5. หลีกเลี่ยงงานที่จัดช่วงหน้าน้ำท่วมหรือจัดในแหล่งชุมชนที่คนทิ้งของลงแหล่งน้ำได้มากๆ
6. จัดการให้มีการเก็บข้อมูลหลังแข่งเพื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่ลงไตรกีฬา และกลุ่มทวิกีฬา ว่ามีการท้องเสียต่างกันหรือไม่ เพื่อหาสาเหตุของการท้องเสีย

ถ้าชอบเรื่องนี้ ช่วย LIKE ให้กำลังใจทีมงานด้วยครับ ขอบคุณครับ




แสดงความคิดเห็น

Relate Post