head_review

ฟอร์รันเนอร์ 225 น่าสนใจจริงหรือไม่?

Post Date : 17 Jan 2016
Cover100

เปิดตัวได้ไม่นาน แต่กระแสดี เลยจะพาไปดูนาฬิกาออกกำลังกาย ‘การ์มิน ฟอร์รันเนอร์ 225’ ว่า เจ๋งยังไง?

นาฬิกาสำหรับการติดตามการออกกำลังกายรุ่นนี้ ถือเป็นรุ่นแรกของการ์มินที่มาพร้อมกับระบบวัดอัตราการเต้นของหัวใจ แม้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ปกติแล้วระบบดังกล่าวไม่ค่อยมีความแม่นยำ หากอยู่ในรูปแบบนาฬิกาหรือสายรัดข้อมือ แต่เมื่อได้พันธมิตรที่ถนัดด้านนี้อย่าง มิโอ (Mio) มาช่วย พวกเขาก็ตัดสินใส่มันลงไปในสินค้ารุ่นใหม่ล่าสุด

โดยนั่นถือว่าเป็นความโดดเด่นอย่างแรก เพราะก่อนหน้านี้ ผู้ใช้การ์มินจะต้องใช้สายคาดอกแบบแยก เพื่อวัดอัตราการเต้นของหัวใจต่างหาก คราวนี้จึงช่วยประหยัดงบลงไปได้มาก มิหนำซ้ำ ยังออกมาระบุว่า ระบบแบบออฟติคัลของพวกเขาใช้เทคโนโลยีของมิโอที่มีความแม่นยำใกล้เคียงกับ สายรัดคาดอก (ได้รางวัลด้านการวัดผลสมรรถนะ EKG ด้วย)

1

ทั้งนี้ เซ็นเซอร์ออฟติคอล จะส่องแสงลงบนผิวหนังของผู้ใช้และวัดปริมาณแสงที่สะท้อนกลับ เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงในขณะเลือดไหลผ่านข้อมือ ก็จะใช้กระบวนการกลั่นกรองขั้นสูง เพื่อกำหนดอัตราการเต้นของหัวใจให้ออกมาน่าเชื่อถือและแม่นยำ นอกจากนี้ ซีลกั้นแสงที่อยู่ด้านหลัง จะช่วยสกัดกั้นแสงจากสภาพโดยรอบ เพื่อไม่ให้รบกวนกระบวนการวัดปริมาณแสง โดยนับเป็นข่าวดีของผู้มองหาของใหม่ แต่คนใช้รุ่นเดิมต้องพึ่งสายคาดอกไปก่อน

สำหรับระบบวัดอัตราการเต้นของหัวใจนั้น เจ๋งตรงที่หน้าจอมาพร้อมมาตรวัด 5 สีหรือที่เรียกว่า โซน เพื่อบอกถึงระดับของกิจกรรมในเวลานั้น อีกทั้งจะมีการแจ้งเตือนผู้ใช้ผ่านระบบสั่น เมื่ออัตราการเต้นของหัวใจออกนอกโซน โดยสีเทา คือ โซนวอร์มอัพ (เริ่มต้นที่ 50 เปอร์เซ็นต์ ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด), สีฟ้าเป็นโซนออกกำลังเบาๆ  (เริ่มต้นที่ 60 เปอร์เซ็นต์ของอัตราสูงสุด), สีเขียวเป็นแอโรบิก (เริ่มต้นที่ 70 เปอร์เซ็นต์ของอัตราสูงสุด), สีส้มเป็นขีดจำกัดของคุณ (เริ่มต้นที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของอัตราสูงสุด ) และสีแดงเป็นโซนสูงสุดซึ่งจะเริ่มที่ 90 เปอร์เซ็นต์ของอัตราสูงสุดที่หัวใจของคุณสามารถเต้นได้ ซึ่งทางการ์มินกำหนด ขึ้นมาจากการประเมินอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดอิงตามอายุของผู้ใช้งาน

Garmin_Forerunner_225_010_klein (1)

งานนี้จึงเหมาะกับผู้ที่มีแผนฝึกซ้อมแบบเน้นกำหนดเวลาหรือระยะทางให้เป็น ไปตามเป้าหมาย เพราะอินเตอร์เฟสสีสันสดใสนี้ จะช่วยให้มีสมาธิจดจ่อกับการออกกำลัง อย่างไรก็ดี ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้เองบนนาฬิกาหรือแอพชื่อ ‘การ์มิน คอนเน็ค’ เพื่อกำหนดแผนการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับตัวเอง ไม่งั้นก็ให้ระบบของการ์มินช่วยวางแผนให้ก็ได้

ไม่เพียงเท่านั้นยังรองรับการกระตุ้นเตือนในยามที่เริ่มรู้สึกว่า ผู้สวมใส่มีความเฉื่อยชามากจนเกินไป เช่น การนั่งแช่เป็น (คล้ายกับของแอปเปิล วอช) ด้วยการตรวจจับความเคลื่อนไหว พร้อมทั้งมีระบบพื้นฐานของนาฬิกาประเภทนี้ครบครัน ทั้งจำนวนก้าว, ระยะทาง, แคลอรี่ซึ่งถูกเผาผลาญ และการนอน ที่สำคัญ ฟอร์รันเนอร์ 225 สามารถเก็บข้อมูลการวิ่งในร่ม จากเอคเซเลอเรมิเตอร์ โดยข้อมูลทั้งหมด จะถูกส่งไปยังแอพ ‘การ์มิน คอนเน็ค’ สำหรับประเมินผลหรือแชร์ข้อมูลซึ่งถือเป็นเรื่องปกติไปแล้ว สำหรับเทรนด์สุขภาพที่อยากให้มีการบอกต่อๆ เพื่อกระตุ้นและสร้างสังคมสุขภาพดีนั่นเอง

Garmin_Forerunner_225_008_klein (1)

ส่วนสเปกฮาร์ดแวร์นั้นตัวเรือนมีจอขนาด 1.0 นิ้ว ( เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.54 ซม) และความละเอียด 180×180 พิกเซล เหมือนรุ่นอื่นๆ และสายยางมาในสไตล์เป็นร่องเช่นเคย โดยเน้นวัสดุที่แข็งแรงทนทานและยืดหยุ่น ส่วนอายุแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ประมาณ 4 สัปดาห์ สำหรับการทำหน้าที่เป็นนาฬิกา และติดตามเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่ (น้อยกว่าพวกรุ่น 220 และ 620 อยู่ที่ได้ราว 6 สัปดาห์) ส่วนการใช้ระบบ GPS และวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ใช้งานได้ราว  7-10 ชั่วโมง ซึ่งถือว่า เหลืือเฟือกับระยะเวลาแต่ละรอบในการออกกำลังกาย (ส่วนใหญ่ใช้เวลารอบละสอง-สามชั่วโมง)

ขณะที่ราคาเปิดตัวมาพอๆ กับตระกูล 220 และต่ำกว่าตัว 620 คือ ประมาณ 9,800 หากเข้าไทยก็คงประมาณ 10,500 บาท (อ้างอิงจากรุ่นใกล้เคียงกัน) แต่แน่นอนว่า ตัวนี้ึคุ้มกว่า เพราะมีระบบวัดอัตราการเต้นหัวใจมาด้วย นี่จึงถือว่า เป็นนาฬิกาออกกำลังกายอีกรุ่นที่น่าสนใจมาก เนื่องจากมาพร้อมฟังก์ชั่นครอบจักรวาล ใครสนใจก็เก็บตังรอสอยได้เลย…

ที่มา: garmin.co.thfitnessmodern.dedcrainmaker.com

ถ้าชอบเรื่องนี้ ช่วย LIKE ให้กำลังใจทีมงานด้วยครับ ขอบคุณครับ




แสดงความคิดเห็น

Relate Post