‘เบลล์ – พิราภรณ์’ นางฟ้ามินิมาราธอน

Post Date : 02 Jul 2015

 

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน
	'เบลล์ - พิราภรณ์' นางฟ้ามินิมาราธอน 	(ชมคลิป)

ระวังสะดุด! เพราะมั่วจับจ้องรอยยิ้มพริมใจที่ปะพรมบนใบหน้าหวานๆ ของนักวิ่งแสนสวยแห่งสนามมินิมาราธอน ‘เบลล์ – พิราภรณ์ วัฒนสุขชัย’ หนึ่งสาวในทีมไตรกีฬาที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ‘นางฟ้านาวิน’ (Navin’s Angel) โดย ‘โค้ชนาวิน ต้าร์’ อดีตนักร้องชื่อดัง
เธอไม่ได้วิ่ง เพียงเพราะเทรนด์เฮลตี้กำลังมาแรง หรือวิ่งแซงเพื่อเอาชนะใคร ส่วนเหตุผลที่เธอหยิบรองเท้าวิ่งคู่เก่งมาสวมใส่ แล้วพุ่งทะยานออกไปเป็นเพราะเหตุผลใด เธอพร้อมมาเปิดใจอย่างหมดเปลือกที่นี่..

ทิ้งทวนเดือนแห่งความรัก ด้วยการรักตัวเองให้มากยิ่งขึ้น ใส่ใจสุขภาพ ออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่ดีมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเหมาะสม เบลล์ หนึ่งในสมาชิกสาวสวยไตรกีฬาแห่งทีมนางฟ้านาวิน (ประกอบด้วย หวานหวาน – อรุณณภา พาณิชจรูญ ปั่นจักรยาน, คิทตี้ – ชิชา อมาตยกุล ว่ายน้ำ และ เบลล์ – พิราภรณ์ วัฒนสุขชัย วิ่ง) ถึงจะขึ้นชื่อว่านางฟ้าแต่เธอไม่ได้มีเวทมนต์ที่จะเสกให้ทุกท่านหันมาใส่ใจ สุขภาพ แต่เชื่อว่าเรื่องเล่าจากประสบการณ์ของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจในปรับพฤติกรรม เสริมสุขด้วยการสร้างสุขภาพที่ดี

ล่วงเวลานัดหมายไม่นาน เบลล์ ปรากฏด้วยชุดสบายๆ สไตล์สปอร์ตเกิร์ล เธอไหว้พร้อมเอ่ยคำทักทายทีมงานฯ และกล่าวขอโทษที่มาช้าด้วยเหตุสุดวิสัย ก่อนซุกตัวลงบนโซฟาสีเทา พูดคุยเรื่องราวต่างๆ อย่างไม่รีบร้อน

นักวิ่งมือใหม่ยังอ่อนซ้อม
แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านกระจกใส ปะทะเข้ากับใบหน้านวลของสาวเจ้าของสุขภาพดี เบลล์ สาววัย 24 ปี ผู้หลงรักการวิ่งและร่วมลงแข่งขันในรายการมินิมาราธอนหลายสนาม ทีมข่าวฯ เปิดประโยคสนทนาให้เธอแนะนำตัวเป็นอย่างแรก เธอยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตรก่อนปล่อยเสียงเจื้อนแจ่วทำหน้าที่ของมัน

 


เบลล์ บอกว่า เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และกำลังจะไปเรียนต่อด้านโฆษณา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งที่ผ่านมามีโอกาสทำงานในวงการบันเทิง อาทิ ถ่ายแบบ, ถ่ายโฆษณา ฯลฯ รู้สึกชอบและสนใจอยากเรียนรู้ต่อยอดสายงานนี้ต่อไป

ออกตัววิ่งเหยาะๆ อย่างจริงจัง เมื่อช่วงปี 2หลังกลับมาจากเรียนกซัมเมอร์ที่อเมริกา เบลล์ เล่าเรื่องราวของตนอย่างเปิดเผย

“เริ่มจากไปเรียนซัมเมอร์ กลับมาจาอเมริกาแล้วอ้วนขึ้น 6 – 7 กก. แล้วเราไม่รู้ว่าจะลดน้ำหนักยังไง ตอนนั้นออกกำลังกายทุกรูปแบบเลย โยคะ เล่นเวท วิ่ง เริ่มเล่นมาเรื่อยๆ น้ำหนักก็ลงอยู่”

จุดเริ่มต้นเพราะต้องการลดน้ำหนัก แต่ในเวลาถัดหน้าเธอเริ่มมีเป้าหมายเรื่องสุขภาพที่ดี เพราะป่วยเป็นโรคภูมิแพ้จะป่วยง่าย ซึ่งหลังจากออกกำลังกายก็มีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เบลล์ แชร์ประสบการณ์เมื่อครั้งเป็นนักวิ่งมือใหม่

“คือยังไม่รู้วิธีวิ่งที่ถูกต้อง รองเท้ายังใส่ผิดด้วยซ้ำ มันก็ทำให้ส่งผลมาจนถึงทุกวันนี้ เจ็บเข่าค่ะ อย่างก่อนวิ่งควรวอร์ม ยืดกล้ามเนื้อ หรือวิ่งเสร็จก็ควรจะมีการยืดกล้ามเนื้อเหมือนกัน แต่ตอนนั้นไม่รู้อะไรเลย คิดแค่ว่าใส่รองเท้าแล้วออกไปวิ่งอย่างเดียว เป็นวิธีการที่ผิดมาโดยตลอด มันก็ส่งผลให้มีการบาดเจ็บ”

1 ใน 3 สาวนางฟ้านาวิน
หลังออกตัววิ่งตั้งแต่นั้นมา ในที่สุดโชคชะตาก็พาเธอเข้าสู่สังเวียนนักวิ่งมาราธอน โดยเริ่มต้นรายการแรกเป็น 1 ใน 3 สาวสวยไตรกีฬาแห่งทีมนางฟ้านาวิน โดยมี โค้ชนาวิน ตาร์ เป็นตัวตั้งตัวตี

เบลล์ เล่าย้อนถึงการเข้าเป็นนางฟ้าในทีมนางฟ้านาวิน เริ่มขึ้นเมื่อปีก่อน “จริงๆ เริ่มวิ่งมาตั้งนานแล้ว เหมือนกับออกกำลังกาย วิ่งแต่ไม่ได้วิ่งไม่ได้เยอะ แค่ 4 – 5 ก.ม. แล้วแต่ค่ะ เหมือนเวลาเราไปเที่ยวเขาใหญ่อะไร เราก็วิ่งของเราไป จนพี่ต้าร์ (นาวิน ตาร์) จะไปแข่งไตรกีฬาที่สามเหลี่ยมทองคำที่เชียงราย พี่มิว (ผู้จัดการส่วนตัวคนเดียวกันกับต้าร์) ก็ชวน ไปเที่ยวไหม? ลงแข่งไหม? เดี๋ยวหาทีมให้”

 

 


การแข่งขันไตรกีฬาสามเหลี่ยมทองคำ ในนามทีมนางฟ้านาวินถือเป็นการลงสนามครั้งแรก และเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ แก่ตัวเอง โดย เบลล์ วิ่ง12 กม. (คิทตี้ ว่ายน้ำ 1.7 กม., หวานหวาน ปั่นจักรยาน 53 กม.) 

“ทุกคนที่ลงการแข่งขันรายการนี้ระยะทาง ชาเลนจ์ตัวเอง คือเราไม่เคยวิ่งเลย แล้วรู้ตอนนั้นก็ 2 อาทิตย์ก่อนจะไป ซ้อมเหมือนเข้าค่ายทหารเลย เวทเทรนนิ่งให้ร่างกายแข็งแรง แล้วก็ซ้อมวิ่ง”

เพียง 1 ปีกว่า เบลล์เข้าร่วมรายการวิ่งมินิมาราธอนอีกหลายสนาม สอบถามถึงเทคนิคการวิ่งมาธาธอนที่ต้องวิ่งระยะทางค่อนข้างไกล แน่นอนหากร่างกายไม่พร้อมคงพ่ายแพ้ตัวเองอยู่กลางทาง

การลงแข่งสนามแรกสร้างความประทับใจไม่น้อย ทั้งเรื่องความสวยงามของสถานที่ ผู้เข้าแข่งขันมีมิตรไมตรีต่อกัน
“มันทำให้เราได้รู้จักวงการวิ่งคือทุกคนดีมาก มันดีมากอ่ะ เหมือนอยากที่บอกว่าเป็นลมเขาก็มาช่วย คือทุคนเชียร์อัปกันตลอดทั้งที่ไม่รู้จักกันเลย เฮ้ย! สู้ๆ”

เบลล์บอกว่าการวิ่งมาราธอนนั้นเรื่องการฝึกซ้อมเป็นสิ่งสำคัญมาก “ต้อง อาศัยการซ้อมที่สม่ำเสมอ คือเวลาซ้อมจะวิ่งช้ากว่าตอนที่แข่ง จะวิ่งไปเรื่อยๆ ไม่ได้เร็วมาก มันต้องฝึกให้หัวใจของเราแข็งแรง ปอดของเราแข็งแรง การเต้นของหัวใจ ฝึกให้มีการทำงานอยู่เสมอ ไม่ใช่พรุ่งนี้ไปแข่งแล้วไปเลย เราจะทำไม่ได้ ปรับตัวไม่ได้ คือช่วงไหนไม่ซ้อมไปวิ่งเลยมันจะไม่ได้ คือช่วงไหนที่ซ้อมแล้วไปวิ่งร่างกายมันจะฟิตตลอดเวลา”

วิ่งๆ อยู่ รู้สึกว่าตัวเองไม่ไหวก็มี “แต่ว่าก็ยังวิ่งต่อ (ยิ้มกว้าง) บางทีถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็คิดว่าแซงคนนี้แหละๆ (กลายๆ ว่าสร้างเป้าหมายเพื่อเอาชนะใจตัวเอง) เราก็เก็บไปเรื่อยๆ เราก็หาอะไรกระตุ้นตัวเองไปด้วย”

 


ตอนนี้ความเร็วในการวิ่งของอยู่ที่ 6 ก.ม. ต่อชั่วโมง เธอกล่าวถึงเทคนิคก่อนลงสนามมินิมาราธอน “มันอยู่ที่การซ้อม แต่ก่อนการแข่งต้องมีการโหลดอาหารคาร์บพวกแป้ง เอาไว้ใช่ในการแข่ง คือต้องกินเยอะๆ ตุนเอาไว้ ไม่งั้นจะเป็นลม”

ใบหน้าพรางด้วยรอยยิ้มบาง เล่าถึงเหตุชุลมุนในการวิ่งมินิมาราธอนเมื่อครั้งร่างกายไม่พร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ “เคยแบบนอนน้อย โหลดไม่พอก็เป็นลมในสนามก็มี เคยเป็นลมแล้วมีคนมาช่วยด้วยมันเกิดจากเรานอนน้อยและก็อยากไปวิ่งด้วย ถ้าวิ่งไกลมากๆ ก็จะใช้เอนเนอร์จี เจลเป็นซองเล็กๆ กินก่อนแข่งประมาณ 15 นาที ให้มันดูดซึม ถ้าวิ่งไปสักพักก็กินอีกซองหนึ่งมันจะช่วย”

น่ารักสุดริดนักวิ่งมาราธอน
ในสนามมินิมาราธอนสร้างความทรงจำดีๆ ให้เธออยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องมิตรภาพจากคนแปลกหน้าที่สร้างความประทับใจอยู่เสมอ  “ชอบ แบบเวลาที่คนแปลกหน้ามาเจอกันแล้วแบบเขาแบบไนซ์กับเรามันได้คอมมูนิตี้ดี มากๆ เลย รู้จักคนดีๆ ทั้งนั้นเลย ชอบเวลาที่เขาให้กำลังใจเรา หรือเราให้กำลังใจเขาแล้วทุกคนดูแฮปปี้(ยิ้มกว้าง)”

เข้าร่วมมาแล้วหลายสนาม คนแปลกหน้าหลายๆ คน กลายเป็นคนรู้จักเป็นมิตรภาพที่ดีต่อกัน เบลล์ เล่าว่ากลุ่มนักวิ่งมินิมาธาธอนจะร่วมกลุ่มกันในเฟซบุ๊กแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ แนะนำเรื่องการเกี่ยวกับการวิ่ง อุปกรณ์ต่างๆ แบบไม่ห่วงแหนความรู้

ในปัจจุบันผู้หญิงจำนวนมากนิยมเข้าร่วมรายการวิ่ง เพราะหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้นด้วย เบลล์ บอกว่าแต่ละสนามวิ่งกลุ่มอายุ 20 – 40 ปี จะค่อนข้างเยอะ

ทีมข่าวฯ ถามว่าเสพติดการวิ่งหรือเปล่า เบลล์ ตอบแบบไม่ลังเล “จะ ว่าใช่ก็ได้นะ มันดีแบบว่ามันเหมือนได้อยู่กับตัวเอง ช่วงแรกๆ ก็คิดว่าเหมือนวิ่งไปสักพักแล้วเหนื่อยมาก เราเริ่มท้อ..มาทำอะไรตรงนี้อะ มาทำบ้าอะไร?เหนื่อยจะตายเป็นชั่วโมงมาทำอะไร?

 


“แต่พอเราเข้าเส้นชัยเรารู้สึกว่าเราชนะใจตัวเองได้นี่หน่า จริงๆ คือเราจะหยุดวิ่งตั้งแต่ก่อนถึงเส้นแล้วก็ได้ไม่มีใครมาสั่งเรา แต่เราก็ยังวิ่งต่อไป แล้วพอเราเข้าเส้นจริงๆ เราก็มีความสุข พอเราเข้าเส้นชัยแล้วเรารู้สึกว่าเราสามารถเองชนะตัวเองได้ คือร่างกายเรามันมหัศจรรย์ ยิ่งออกกำลังกายเรายิ่งรู้ว่าร่างกายเราเป็นอย่างไร มันทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้น”

ไม่เพียงได้สุขภาพร่างกายที่ดีการวิ่งยังส่งผลถึงสุขภาพใจด้วย “ตอนวิ่งมันดีอย่างหนึ่งค่ะ เราเป็นคนใจร้อนพอเรามาวิ่งแล้วแบบมันต้องคอนโทรลตัวเอง เราจะใจร้อนวิ่งไปเร็วๆ เลย กว่าจะถึงเส้นทำไงเราไม่ตายก่อนหรอ มันต้องมีการจัดการตัวเองว่าเราอยู่ในมาตรฐานเท่าไหร่ แบบว่าควรจะเก็บแรงไว้ให้มันอยู่ในทุกๆ กิโล”

เป็นสาวบ้าพลังชอบออกกำลังกาย เบลล์ สารภาพว่าชอบออกกำลังกายมากๆ ออกกำลังกายอยู่ตลอดเวลา เธอยกตัวอย่าง หากต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ก็จะเลือกวิธีเดินขึ้นลงบันไดแทนใช้บันไดเลื่อน “ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนทุกที่หนูออกกำลังหมดเลย ไม่ว่าจะวิดพื้น เล่นหน้าท้อง อยู่แถวนี้ก็เล่นได้เหมือนกัน (หัวเราะ)”

แน่นอนว่า การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องเข้าฟิตเนสเสียสตางค์เลย “ไม่จำเป็นค่ะ มันเล่นได้ทุกที่”

เธอคือสาวรักสุขภาพคนหนึ่งที่เลี่ยงการออกกำลังกายในฟิตเนสเพราะรู้สึกว่า น่าเบื่อ อย่างซ้อมวิ่งจะวิ่งข้างนอกหมดเลย เพราะความรู้สึกต่างกัน ความเหนื่อยก็ต่างกัน อย่างวิ่งเส้นทางข้างนอกในสถานที่ไม่คุ้นจะไม่รู้เลยว่าเส้นทางเป็นอย่างไร ขึ้นทางชัน ลงทางลาด ทางต่างระดับกันไป ตรงนี้เป็นความสนุกอย่างหนึ่ง

วิ่งกำหราบ ภูมิแพ้ – คอเลสเตอรอลสูง
ก่อนหน้านี้ เบลล์ เป็นโรคภูมิแพ้สุขภาพไม่ค่อยเข็งแรง แต่พอออกตัววิ่งเมื่อครั้งมีเป้าหมายเรื่องการลดน้ำหนัก เธอกลับได้กำไรเรื่องสุขภาพพ่วงมาด้วย ทว่า เมื่อไปตรวจสุขภาพกลับพบว่าตัวเองคอเลสเตอรอลสูง แม้จะรูปร่างผมบางแต่ผลตรวจกลับปรากฏเช่นนั้น


“ หมอก็จะบอกว่าคิดว่าตัวเองผอม จะกินอะไรก็ได้ กินไม่เลือก มันไม่ใช่! คือหลังๆ มาเลือกมากขึ้น กลายเป็นคนเยอะไปเลย คือเลือกกิน เปลี่ยนวิธีการกิน ตั้งแต่ตรวจสุขภาพครั้งแรกรู้ว่าเกินก็เริ่มออกกำลังกายเยอะขึ้น วิธีการกินก็เปลี่ยนไป แล้วพอไปตรวจอีกมันลดลงแบบเห็นผลชัดเลย(ยิ้ม)”

ปัจจุบันออกกำลังกายเป็นประจำ และเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ เบลล์ เล่าถึงอาการป่วยๆ หากร่างกายไม่ได้ออกกำลัง
“เรา เคยสังเกตร่างกายตัวเองตอนไม่ออกกำลังกายเลย นานๆ 3 เดือนติด เข้าโรงพญาบาลติดกัน 2 – 3 รอบ คือป่วยง่ายมากเพราะว่าเป็นภูมิแพ้ และก็พอออกกำลังกายรู้สึกว่ามันฟิต ไม่ป่วยเลย ร่างกายมันแข็งแรงมาก คือมันมีภูมิต้านทาน ลอง 2 ครั้งแล้ว ที่ไม่ออกกำลังช่วงนึงป่วยเลย เพราะภูมิต้านทานค่อนข้างต่ำ ก็พยายามออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทานตลอดเวลา เมื่อก่อนออกกำลังกายกินไม่เลือก เดียวนี้เปลี่ยวิธีการกินหมดเลย”

“ต้องรักสุขภาพ อายุเยอะขึ้นต้องดูแลตัวเองนะ” นี่คือคำพูดของสาววัย 24 ปี ผู้รักสุขภาพดูแลตัวเอง


เป้าหมายการออกกำลังกายก็เพื่อสุขภาพที่ดี “เพื่อสุขภาพนะคะ ช่วงนี้คนฮิตมาวิ่ง แต่เราอยากทำระยะยาวไปตลอดชีวิต การออกกำลังกายไปหลายๆ รูปแบบคือไม่ใช่วิ่งอย่าเดียว คือเปลี่ยนไปต่อยมวยไม่ให้จำเจ หรือหาอะไรมาชาเลนจ์ตัวเอง อยากไปลงทวิกีฬา(วิ่ง-ปั่น-วิ่ง) เราต้องไปซ้อมเยอะขึ้น อย่างเรื่องจักรยานก็คือใหม่มาก เราไม่มีความรู้ คือต้องศึกษาอีกเยอะ คือต้องหาอะไรมาที่มันไม่จำเจ”

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น เธอไม่ค่อยชอบออกกำลังกายในฟิตเนส พยายามจะออกวิ่งสูดอากาศภายนอกมากกว่า หรือถ้าต้องเดินทางไปไหนจะพกรองเท้าวิ่งไปด้วย เมื่อครั้งเดินทางไปถ่ายแบบที่ประเทศเวียดนาม สาวร่างบางก็ออกไปวิ่งสูดอากาศในช่วงเช้า ทั้งยังถือโอกาสแอบดูวิถีชีวิตชาวเมืองว่าวัฒนธรรมเป็นอย่างไร เบลล์ บอกว่าชอบเดินทางท่องเที่ยวตามลำพัง

ใส่รองเท้าวิ่งท่องโลก
เมื่อครั้งเรียนระดับปริญญาตรี ในช่วงซัมเมอร์ จะเปิดโอกาสตัวเองไปตักตวงประสบการณ์ยังต่างประเทศอยู่เสมอ อาทิ อเมริกา, อังกฤษ ฯลฯ โดยมีครอบครัวคอยดูแลอยู่ห่างๆ เบลล์ เผยความลับว่าชอบเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว ซึ่งในแต่ละเส้นทางมอบความประทับใจอย่างไม่คาดคิดเสมอ

ทีมข่าวฯ ถามว่าประทับใจประเทศไหนเป็นพิเศษบ้าง เบลล์ ตอบขึ้นทันทีว่า ประเทศเกาหลี

“คือเรามีเพื่อน เป็นเพื่อนจากประเทศอเมริกาตอนไปซัมเมอร์ค่ะ แล้วเราก็นัดเขาว่าไปเกาหลี เขาอยู่ โซล แต่ว่าที่ประทับใจคือเมืองแรกที่เราไปลงคือ ปูซาน ไม่ใช่ โซล คือเราไม่รู้จัก มาดูบ้านเมืองเขาเฉยๆ คือเราก็นั่งรถเมล์จะไปดูวัด แล้วเราก็ไปขอให้ผู้หญิงคนนึงถ่ายรูปให้เราหน่อย เพราะว่าเรามาคนเดียวแล้วเขาก็ชวนเราคุย คุยภาษาอังกฤษเขาพยายามคุยกับเราตลอด เขาจำได้เราทนั่งรถมาคันเดียวกัน แต่เขามากับเพื่อน แล้วเขาก็ถามว่าจะไปไหนต่อ เราก็ตอบว่ายังไม่รู้ เขาก็ถามว่าชอบอะไร เราก็พูดไปในแบบที่รู้จักว่าชอบกินอาหารเกาหลี เขาก็โทรหาเพื่อนเขาว่าที่ไหนอร่อย แล้วเขาก็พาเราไปรู้จักกันตอนนั้นแหละ”

 


รู้จักกันไม่นาน แต่เธอก็ตัดสินใจไปกับคนแปลกหน้า “ไป” โดยเธอใช้ความรู้สึกตัดสินว่าคนแปลกหน้าที่ยื่นมิตรภาพมาให้เธอนั้นไม่ใช่คนเลวร้าย

“คือเขาแบบดีมาก คือมันเหมือนพรหมลิขิต แบบว่าเขาก็พาไปรู้จักกับเพื่อนเขาอีกเยอะมากเลย เขาพาเราไปเที่ยว แล้วเขาบอกว่าชุดที่เอามามันบางเกินไป เขาก็ให้เรายืมเสื้อกันหนาว (ยิ้ม) แบบโชคดีมากๆ ที่เจอผู้หญิงคนนี้ เหมือนวันถัดมาเขาว่าง พาไปเที่ยวทั้งวันเลย เขาก็ปรึกษาแฟนเขาว่าจะไปเที่ยวไหนดี เพราะว่าเราไม่ชอบแลนด์มาร์ก ก็จะแบบพาไปที่ๆ แบบคนไม่ค่อยไป มันสวยมาก ก็เป็นไกด์จำเป็น”

เป็นความประทับในต่างแดนที่เธอไม่เคยลืม ซึ่งตอนนี้ก็ยังติดต่อกับเพื่อนชาวเกาหลีผู้นั้นอยู่ เธอเล่าความประทับใจที่หวนคืนในความทรงจำ

“มีช๊อตนึงประทับใจมากๆ เราไปเลือกรองเท้ากัน แล้วเราเป็นคนขี้เกรงใจมากๆ ไม่อยากให้คนมารอ เออ..เอาคู่นี้แหละ รีบลองรีบซื้อ เขาก็มานั่งตรงพื้นเขาก็ผลักมือเราออกแล้วผูกเชือกรองเท้าให้เรา แล้วบอกว่าวิธีการเลือกซื้อรองเท้ามันต้องใจเย็นๆ เลือกให้มันเหมาะกับเรา เฮ้ย! ทำไมต้องทำขนาดนี้มันเกรงใจมาก (พูดยิ้มๆ) คือดีมาก (ลากเสียง) เขาดูแลเหมือนเราเป็นลูกเขา

“ดีมาก คือไม่เชื่อว่าจะมีคนแบบนี้บนโลกนี้ คนเกาหลีนิสัยดีมาก เพราะว่าตอนนั้นไป 10 วัน เราก็ต้องถามทางตลอด ไม่เคยถูกปฏิเสธเลย ที่จะได้รับการช่วยเหลือ จริงๆ พื้นฐานคนเกาหลีเป็นคนหน้าบึ้งหน้าเหมือนไม่อยากคุยกับเรา แต่ทุกคนนิสัยดีมาก ทั้งๆ ที่เขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลยก็มี อย่างเรายื่นแผนที่ให้ถามว่าตอนนี้เราอยู่ไหนเราจะเดินกลับโรงแรมยังไง เขาก็ดึงใบแผ่นที่ไปเลย แล้วเขาก็เดินไปโรงแรม ให้เราเดินตาม เขาก็ไปส่งเราที่หน้าโรงแรม”

Just do it ก็ทำมันเลย
อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ต้องเผชิญตลอดไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนต้องหลงทางเสมอ แต่การหลงทางในแบบของ เบลล์ ไม่ใช้เรื่องแย่ไม่ใช่การเสียเวลาแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเมืองใดประเทศใดก็ตามมันเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำเสมอ

 


“หลง ทางก็บ่อยแต่ก็ชอบ มันได้การช่วยเหลือตัวเอง คือเคยหลงทางบ่อยมาก อยากจะร้องไห้แต่ร้องไม่ได้เราต้องเข้มแข็ง ช่วยเหลือตัวเองพยายามหาทางกลับบ้าน ไปทุกประเทศคือหลงทางทุกประเทศเลย เรารู้จักการปรับตัว คือไปอยู่อังกฤษก็หลงทาง ทุกบ้านเหมือนกันหมดเลย วันต่อมาก็วาดรูป นั่งรถเมล์ที่เกร็งมาก กลัวกลงทาง กลัวทุกอย่าง หลังๆ นี่ชิลล์แล้ว หลังๆ ปรับตัวไม่ต้องแล้ว มันได้การช่วยเหลือตัวเองสูงมาก”

เบลล์ เปิดเผยความรู้สึกรวมทั้งการระแวดระวังตัวทุกครั้งที่เดินทางในต่างแดนเพียงลำพัง “คือเทคนิคส่วนตัวที่ใช้จะพยายามไม่คาดหวัง เพราะว่ากลัวผิดหวัง สมมุติว่าเราจะเมย์ไปเกาหลีเราจะทำการบ้านมาค่อนข้างเยอะ เลือกประเทศที่มันโอเค บราซิล ก็อยากไป แต่จากที่ศึกษาประเทศนี้มาแล้วมันค่อนข้างอันตรายเราก็ไม่ไป อันดับแรกเลือกสถานที่ๆ จะไปก่อน เกาหลี สิงค์โปร์ มันปลอดภัยอยู่แล้ว เดินตอนกลางคืนสบายๆ คือเราก็ระวังตัวตลอดเวลา ถ้ามีคนแปลกหน้ามาคุยเราจะเงียบเลย จะเดินไปเลยเพราะว่าเราเป็นผู้หญิงคนเดียวจะเป็นการโพรเทคตัวเองจะรีบเดิน ถ้าอยู่ในที่มืดๆ ก็รีบเดิน”

เธอได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตจากการเดินทาง การพบเจอมิตรภาพใหม่ๆ รวมทั้งการหลงทางในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย แน่นอนว่า การเดินทางของหญิงสาวผู้นี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้น ยังมีอีกหลายเส้นทางที่รอตอนรับการไปเยือนของเธอ

 


“อยากไปฝั่งยุโรป (ลักษณะท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีชีวิต) ไป 10 วัน อยู่นานๆ ไปเรื่อยๆ คือที่เราเลือกที่จะไปคนเดียวเพราะว่าการที่จะหาใครสักคนมาเที่ยวกับเรามัน ยาก ให้ไลฟ์สไตล์มันตรงกัน บางวันเราอาจจะอยากนอนอยู่เฉยๆ เที่ยวเรื่อยเปื่อยหาอะไรกินอร่อยๆ บางวันอาจจะอยากช้อปปิ้งทั้งวันเลย”

เบลล์ กล่าวทิ้งท้าย ถึงการขับเคลื่อนชีวิตในแบบของเธอเอง “Just do it ก็ทำมันเลย”
……………………..
ข่าวโดย ASTV ผู้จัดการ Lite
เรื่อง : นฤมล ประพฤติดี
ภาพ : พงษ์ฤทธิ์ชา ขวัญเนตร
ขอบคุณภาพประกอบ : IG@itsmebellew, mimew999
ที่มา http://manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9580000023719

 

ถ้าชอบเรื่องนี้ ช่วย LIKE ให้กำลังใจทีมงานด้วยครับ ขอบคุณครับ




แสดงความคิดเห็น

Relate Post