แผนการ วะขุวะขุ

Post Date : 08 Jan 2016

12108845_516074468559955_1220610727410099164_n

มหาวิทยาลัยนี้ไม่เคยติดโผ
เข้าการแข่งขันมาเป็นเวลานาน
จนกระทั่งในปี 2004 มีคนที่เข้ามาเปลี่ยนชะตา
ของเด็กในทีมนี้ไปตลอดกาล
นั่นคือ โค้ช ฮาระ ซุซุมุ (อายุ 47)
.
จากทีมที่อ่อนชั้นสุดๆ แม้แต่รอบคัดเลือกยังไม่ผ่าน
เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1976
แต่พวกเค้าสามารถก้าวเข้าสู่การแข่งขัน
อันทรงเกียรติ “Hakone Ekiden” อันนี้
เป็นครั้งแรกในรอบ 33 ปี แล้วก็มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
หกปีให้หลังสามารถก้าวสู่
ตำแหน่งชนะเลิศอันดับหนึ่งได้
.
ก่อนจะเป็นแบบนี้ที่ที่มาที่ไปครับ
โค้ชฮาระได้ประกาศเป้าหมายในการสร้างทีม
ให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้ฟัง
ภายใน 3 ไม่เกิน 5 ปี จะส่งทีมให้ผ่านรอบคัดเลือกให้ได้
และจะทำให้ทีมนี้สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ
การแข่งขันด้วยระยะเวลา 10 ปี
.
เค้าบอกว่าถ้าจับทางได้ เทคนิคที่เค้าใช้สามารถนำมาใช้ได้ทุกเรื่อง
การทำธุรกิจ ใช้ในการกีฬา หรือแม้แต่การเอามาสอนลูก
แล้วเทคนิคที่ว่าคืออะไร ไปดูกันครับ !

แผนการ วะขุวะขุ (แผนการสุดตื่นเต้น)
ประจำทีมวิ่งมหาวิทยาลัย Aoyama Gakuin

1. วิ่งด้วยรอยยิ้ม สนุกกับมัน
“ความเครียดไม่ใช่ทางออกของทุกอย่าง”
โค้ชฮาระพยายามสร้างทีม
ให้เหมือนเป็นครอบครัวๆ หนึ่ง
มีภรรยามาคอยช่วยทำอาหารเลี้ยงทีมนักกีฬา
บรรยากาศในหอพักเต็มไปด้วยมิตรภาพ ความสนุกสนาน แต่ถึงเวลาซ้อมก็ต้องซ้อมวิ่งกันอย่างเต็มที่
มีปัญหาอะไรที่พบเจอจากการซ้อม
ก็เอากลับมาคุยต่อที่หอพัก
แล้วโค้ชฮาระก็ปรับแผนการซ้อม
ตามสภาพทีม ณ ขณะนั้น

2. วิธีการเลือกนักวิ่ง ไม่ใช่ดูที่ผลงานที่เคยมีมาก่อน
หลายๆ ที่เวลาไปหาตัวนักวิ่งมาอยู่ในทีม
มักจะเลือกที่ผลงาน ว่าเคยผ่านอะไรมาบ้างแล้ว
เคยผ่านการแข่งขัน ชนะรางวัลอะไรมั้ย
แต่วิธีนี้ใช้ไม่ได้กับโค้ชฮาระเลยครับ
เพราะโค้ชฮาระจะเลือกนักวิ่งจากมนุษยสัมพันธ์
เข้ามีเกณฑ์การเลือกว่าจะเลือก
คนที่เป็นสุภาพบุรุษก่อน
คนที่กล้าคิดกล้าแสดงออกอย่างชัดเจน “มีความสุขในการวิ่ง”
เพราะนักวิ่งต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก
ต้องสามารถวิ่งด้วยความคิด ความพยายามของตัวเองให้ได้
โค้ชฮาระ จะเน้นในเรื่องของ การพึ่งพาตัวเอง
คิดอ่านด้วยตัวเอง ของนักกีฬา

แต่ที่สำคัญที่สุด โค้ชฮาระพูดไว้ว่า
สิ่งที่เป็นหัวใจหลักของทีมเราคือ
“การประชุมเพื่ออัพเดทและทบทวนเป้าหมาย”
.

ซึ่งจะมีการประชุมนี้จะมีกันเดือนละครั้ง
เพื่อให้นักกีฬาได้ตั้งเป้าหมายส่วนตัว และเป้าหมายทีม
หลังจากนั้นก็แบ่งทีม 7 คนเพื่อแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นซึ่งกันและกันเกี่ยวกับเป้าหมายนั้นๆ
ซึ่งโค้ชฮาระนำวิธีการนี้มาจาก
ตอนที่ตัวเองเป็นซาลารี่แมน
เอามาปรับใช้กับทีม เพื่อให้เด็กๆในทีมได้ลิ้มรสชาติ
ความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมาย
.
ทุกบทสัมภาษณ์ที่ผมไปหาข้อมูลมา
สังเกตเห็นได้ชัดเลยครับว่า นักวิ่งมีสุขภาพจิตที่ดีมาก
หัวเราะร่าเริงตลอด พูดล้อเล่นกับโค้ชได้
เหมือนเค้าคือครอบครัวเดียวกันแล้ว
แถมวีดีโอถ่ายทอดตอนวิ่ง
ผมเห็นรอยยิ้มของพวกเขาอยู่ตลอด
ทั้งๆ ที่เป็นการแข่งขันที่ดุเดือดจริงจัง
.
หรือ การมีความสุข ระหว่างทาง
คือเคล็ดลับของความสำเร็จในครั้งนี้

แล้วคุณล่ะ มีความสุขระหว่างทางที่เดินอยู่รึเปล่าครับ?
ที่มา https://www.facebook.com/JapanSalaryman

ถ้าชอบเรื่องนี้ ช่วย LIKE ให้กำลังใจทีมงานด้วยครับ ขอบคุณครับ




แสดงความคิดเห็น

Relate Post